วันอังคารที่ 16 กันยายน พ.ศ. 2557

สนนราคาอุไร เสมอๆวัน พุธ ตำแหน่ง 17 รัชนีกร เดือนกันยายน 2557 มูลค่ามาศอาจตำแหน่ง


สนนราคาทองวันนี้




                       โดยสมาคมค้าทองคำประกาศราคาทอง ซื้อ-ขายทอง
         นิจสินวัน วันพุธ ย่าน 17 รัชนี กันยายน 2557     ครั้งที่  1 เมื่อเวลา 09.37 นาฬิกา  ซึ่งราคาทองดำรงอยู่ที่ โดย ราคาทองรูปพรรณวันนี้ รับซื้อบาทละ18,571.00 บาทโดยขายออกบาทละ 19,350.00 บาท   ราคาทองคำตนวันนี้ รับซื้อบาทละ 18,850.00 บาทเพราะขายออกบาทาละ 18,950.00 บาท





ลงราคาต้นทุนสบายๆ...





1. โดยเข้าไปเว็บไซต์ www.set.or.th/onlineinvestor ซึ่งจะมีเหตุการณ์ราวทุกอย่างเกี่ยวกับการที่ประสกจะเปิดฉากต้นลงทุนออนไลน์ มิว่าจะเป็นการพร่ำสอนโหมโรงลงทุนรอนด้วยมือสดแล้ว และสอนแนวทางการเปิดพอร์ตครั้งที่หนึ่งโดยรวมอยู่ที่นี่เปลือง



2. โดยเริ่มหัดตามข่าวเศรษฐกิจ คือ ทุกๆประกาศไร้สาระเรื่องดารา/ละคร เราต้องอ่านข้อมูลที่ให้ความรู้รอบตัวเกี่ยวกับสภาพเศรษฐกิจโลกกับประเทศไทย ชดโบราณอย่างน้อย 1 ข่าวด้วย



3. เริ่มหัดลงต้นทุนในหุ้นจากเว็บ www.settrade.com/click2win โดยเป็นเวลาเหล่าน้อย 3-6 เดือน ซึ่ง click2win เป็นเกมจำลองตลาดหุ้นจริงด้วยและราคาจริงแบบ real time เพียงแต่ระแคะระคายให้เงินปลอมมาทดลอง ซ้อมมือก่อนจะได้ไม่เจ็บตัวระหว่างเก็บเกี่ยวประสบการณ์ โดยแนะนำให้ไปสมัครวันนี้เลย แล้วไปเบาติดตามอ่านบทความที่ไร่นานิจะค่อยๆพูดเรื่องการจัดพอร์ตต่างๆการออกเสียงหุ้น แล้วก็งานบริหารเงินไปเรื่อยๆหรือคือเล่นไป อ่านบทความ ได้ความรู้ กลับไปปรับพอร์ตในเกมตามความรู้ใหม่ที่ได้และวนไปอย่างนี้เรื่อยๆจนรู้สึกเริ่มโปรขึ้นค่อยเปิดฉากคิดจะลงทุนด้วยสมบัติจริง



4. ฝึกลมปราณแล้วให้ใจเย็นๆ หลายคนอยากทำล่วงเลย ทำเดี๋ยวนี้โดยจนลืมไปว่าการลงทุนมันก็เป็นศาสตร์อย่างนึง เราอยากรับจ้างเล่นเปียโนเป็นอาชีวและพรุ่งนี้ไปไปซื้อเปียโนมาเลยดีมั้ย เราก็ต้องเรียนและ จำเป็นจะต้องซ้อมกว่าจะไปเล่นโชว์ได้จริงๆด้วยถ้ายังไม่เคยเรียนเคยซ้อมซื้อเปียโนหรูแค่ไหนมากับสุดท้ายก็เปลืองตังค์เสด็จพระราชดำเนินเปล่าๆ




ผู้เขียน นานิ นิธินวกร ผู้เขียนหนังสือ สร้างสมบัติล้านก่อนเรียนจบ
สนับสนุนข้อมูล ตลาดหลักสินทรัพย์แห่งประเทศไทย

วันจันทร์ที่ 15 กันยายน พ.ศ. 2557

ราคาอุไรท่อนวันนี้ หนีท้องตลาดเช้าราคาเกลี่ยรุ่ง 50 บาท


ราคาทองรูปพรรณวันนี้





  โดยราคาทองคำเปิดตลาดเช้าราคาปรับองค์ขึ้น 50 บาท
และสมาคมค้าทองคำได้ประกาศค่าทองคำครั้งแรก เมื่อเวลา 09.25 น. วันนี้ราคาปรับตัวขึ้น 50 บาท เมื่อเทียบจากราคาปิดตลาดไปวานนี้ 15 กันยายน 2557 โดยทองคำตน ขายออกบาทาละ 18,950.00 บาทและทองคำรูปร่างขายออกบาทละ 19,350.00 เท้า


ยุ่งค้าทองคำได้ประกาศราคาทองคำวันนี้ (96.5%) ประจำการวันที่ 16 กันยายน 2557 ประกาศครั้งแรก เมื่อเวลา 09.25 น. ราคาได้เฉลี่ยตัวขึ้น 50 บาท เมื่อเทียบจากราคาปิดตลาดไปวานนี้ 15 กันยายน 2557 โดยราคาอุไรแท่งวันนี้รับซื้อบาทละ 18,850.00 บาท ขายออกบาทละ 18,950.00 บาท ราคาทองคำรูปร่างรับวันนี้ซื้อบาทละ 18,571.00 บาท ขายออกบาทละ 19,350.00 บาท

ในส่วนราคาทองคำหยุดตลาดเมื่อวันที่ 15 กันยายน 2557 ราคาทองคำแท่งรับซื้อ 18,800.00 บาทด้วยกัน ะขายออกบาทละ 18,900.00 บาทและราคาทองคำรูปพรรณรับซื้อ 18,525.52 บาทแขายออุราบาทละ 19,300.00 บาท

งาน SET TFEX Online Investor Fair 2014 



การกลับมาอีกครั้งในงาน SET TFEX Online Investor Fair 2014 ปีนี้ตลาดหลักทรัพย์แห่งแว่นแคว้นไทยได้จัดเต็มนำตัวช่วยเรื่องลงทุนออนไลน์มาให้นักลงทุนเรียนรู้หรืออัพเดท เครื่องมือลงทุน- ใบถือหุ้น - อนุพันธ์ กองทุนรวม ที่จะช่วยให้คุณทำเงินกำไรได้เร็วขึ้น





โดยเพราะว่านักลงทุนทุกพระองค์ จะได้รับฟรีเมนูหุ้นเด็ด Stock Must Have ล่าสุด และไม่ว่าจะเป็น หุ้นเด่นอุตสาหกรรมแกร่ง หุ้นปันผลสูง หุ้น ROE สูง หุ้นกระแสเงินสดแรง และหุ้น VI ตัวพ่อ ฯลฯ





โดยเหตุด้วยมือใหม่และมือเก๋าที่สนใจอัพเดทเทรนด์การลงทุน อย่าพลาดกันกับงาน SET TFEX Online Investor Fair 2014 ที่ท้องตลาดหลักทรัพย์แก่ขึ้นนั้น งานนี้เค้าอัดแน่นกับสัมมนาเข้มขันชี้ชะตาการลงทุน หุ้น อนุพันธ์ กองทุนรวม ฝ่าวิกฤต ครึ่งปีหลังนี้ จากกูรูชื่อดังระดับด้าว รวม 15 หัวข้อ ตลอด 4 วันเพียบด้วย





และตลอดยัง พร้อมทั่งยังยกทัพ 24 โบรกเกอร์ ให้คำปรึกษาการลงทุน หุ้น อนุพันธ์ พร้อมรับโปรโมชั่นพิเศษสุดทุกๆจากการเปิดบัญชี จากตลาดหลักทรัพย์ และบริษัทหลักพิตรและใครสนใจก็อย่าพลาดงานดีๆที่จัดรุ่งเพียงครั้งเดียวต่อปีกับ งาน SET TFEX Online Investor Fair 2014 26-29 มิถุนายน 2557 นี้ เวลา 10.30 - 20.00น. โซน EDEN และ โซน Central Court ชั้น 1 Central World
รายละเอียดเพิ่มเติม www.set.or.th/onlineinvestor











ติดตามราคาทองย้อนหลังได้ที่                       http://moneygold11.blogspot.com

วันอาทิตย์ที่ 14 กันยายน พ.ศ. 2557

มูลค่ากาญจนา บ่อยวันดาวเสาร์ แผ่นดิน 13 เดือนกันยายน 2557 เกลี่ยลงบาทผละ 50 ตีน

ราคาทองคำ

โดยราคาทองรูปพรรณสัณฐาน รับซื้อบาทละ 18,480.04 บาทและขายออกบาทละ 19,250 บาท
    เมื่อยุ่งเกี่ยวค้าทองคำประกาศราคาทอง บ่อยๆวันเสาร์ที่ 13 กันยายน 2557 ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.21 น.
และซึ่งปรับลงบาทละ 50 บาท เมื่อเปรียบเทียบกับราคาวานนี้
โดยราคาทองรูปพรรณวันนี้ รับซื้อบาทละ 18,480.04 บาท ขายออกบาทละ 19,250 บาท
และราคาทองคำแท่งวันนี้ รับซื้อบาทละ 18,750 บาท ขายออกบาทละ 18,850 บาท.



3 บทศึกษาจากวิกฤตพลิกชีวิตล่มได้ก็ต้องลุกได้


บทเรียนที่ 1 การประจวบความสำเร็จนั้นนำไปสู่ความล้มเหลว
 เมื่อเราทำอะไรที่ประสบความสำเร็จจากทุกอย่าง ทำธุรกิจอะไรก็เติบพุฒได้กำไรมากมายและไม่เคยล้มเหลวเลยนั้นเป็นสิ่งที่น่ากลัวมาก เพราะเราจะมีความมั่นใจสูงสุดเตือนทุกอย่างต้องทำสำเร็จ เมื่อเนื้อความมั่นใจมีมากล้นจนมองไม่เห็นสัญญาณของความล้มเหลวก็จะทำให้เราตัดสินมนัสด้วยความประมาท เช่น กู้เงินมาทำธุรกิจเพื่อให้กิจการขยายตัวเร็วที่สุดเพราะว่ามั่นใจว่าเป็นโอกาสที่สร้างกำไรได้อย่างมหาศาล โดยไม่ระมัดระวังว่าหากเกิดเรื่องเลวร้ายขึ้นจะมีแผนเผื่อขาดอย่างไร เหมือนชีวิตที่ไม่รู้จักวางแผนฉุกเฉินเพื่อป้องกันความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นหากผลลัพธ์ออกมาไม่ได้เป็นไปอย่างที่คิดไว้ ดังนั้น หากเรามีความมั่นใจกับทุกหลักใหญ่ก็ควรใส่คำว่า “ระมัดระวังและไม่ประมาท” เข้าไปด้วย เพื่อเป็นความมั่นใจที่ประสบความสำเร็จอย่างสมบูรณ์

บทเรียนที่ 2 เราจะรู้สึกดีงามขึ้นหากเจอคนที่แย่กว่าเรา
 ช่วงปี 40 หลายคนกอบด้วยหนี้สินเพิ่มขึ้นโดยไม่ทันตั้งตัวหรือถูกให้ออกจากงานกระทันหัน เมื่อไม่มีงานทำบวกกับหนี้สินพอกพูน ทำให้หลายคนเกิดความเครียด ไม่มีจิตใจที่อยากจะหายใจอยู่บนโลกนี้อีกต่อไปจึงหนีปัญหาด้วยวิธีฆ่าตัวตายมากขึ้นเพราะคิดว่าปัญหาของตนเองนั้นใหญ่เกินกว่าจะแก้ไขได้ จากกรณีของคุณศิริวัฒน์ที่ยืนขายแซนด์วิชก็มีทั้งคนที่มาให้กำลังใจให้เขาสู้ต่อไปและบางคนที่มาขอบคุณเรื่องราวๆหนี้สินพันล้าน จนทำให้เขาเลิกคิดฆ่าตัวล้มตายเพราะทำให้รู้ว่าหนี้ของคนอื่นมากกว่าแต่ก็ยังสู้ชีวิต ส่วนหนี้ของตนเอง 15 ล้านนั้นทัศนะเล็กลงไปมาก

บทเรียนที่ 3 ตะครุบกบได้ก็ต้องลุกได้
 ในจิตใจที่ไม่เคยถูกกระทบกระทบกระเทือนจากความล้มเหลวนั้นเป็นเหมือนเพชรเม็ดงามที่ถูกฝังอยู่ในเหมืองไม่มีใครเห็นความงดงาม แต่ถ้าหากจิตใจผ่านพ้นเรื่องราวเลวร้ายที่สุดในชีวิตมาได้ก็จะเหมือนเพชรที่ถูกเจียระไนกลายเป็นเพชรเม็ดงามทรงคุณค่าที่ใครก็ต้องการครอบครอง จากกรณีนี้ของคุณศิริวัฒน์ที่ได้รับประสบการณ์เลวร้ายจนทำให้มีจิตใจที่เข้มแข็งขึ้น มีความอดทนกับอุปสรรคและกล้าเผชิญหน้ากับสิ่งต่างๆที่ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์และใช้ความรู้ความสามารถที่มีสร้างทรัพย์สินขึ้นมาใหม่ได้


 ศิริวัฒน์แซนด์วิช โดยนับเป็นตัวอย่างประสบการณ์ชีวิตที่ครบรสชาติมากๆ ซึ่งคนรุ่นใหม่ควรศึกษาเป็นกรณีตัวอย่าง เพื่อจะได้ระมัดระวังในการใช้ชีวิตและการลงทุนมากขึ้นด้วย แม้ว่าปัญหาที่จะเกิดขึ้นในอนาคตอาจจะแตกต่างกับในอดีตแล้ว แต่เราสามารถนำวิธีคิดเหล่านี้ไปปรับใช้หาได้ด้วย เพราะไม่มีใครสามารถคาดการณ์ในอนาคตถูกต้อง 100% เราเพียงใช้ชีวิตด้วยว่าความไม่ประมาทโดยเรียนรู้จากความผิดพลาดในอดีตเป็นตัวนำทางเพื่อไม่ให้เกิดประวัติส่วนตัวศาสตร์ซ้ำรอยด้วย

ผู้เขียน : อภินิหารเงินก้อนออม
สนับสนุนข้อมูลโดย : ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

ติดตามราคาทองคำย้อนหลัง ได้ที่นี้  http://moneygold11.blogspot.com/

วันศุกร์ที่ 12 กันยายน พ.ศ. 2557

นพคุณจ๋ายอม พันตรงต่ำสุด 1.7 หมื่นบาท แนะนำนักลงทุนซื้อเก็บสะสมช่องไฟแวง




           เพราะนายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้อำนวยการศูนย์วิจัยทองคำ ได้เปิดเปรยว่า ต้องจับตาการประกาศขึ้นดอกเบี้ยของธนาคารกลางสหรัฐ(เฟด) โดยย่านคาดว่าจะปรับขึ้นรวดเร็วที่สุดในช่วงเดือนธันวาคม 2557 จะส่งผลให้ราคาทองคำในตลาดโลกปรับตัวลดลงจากทีราคาปิดเดือนสิงหาคมที่ 1,287.07 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อออนซ์ และไปอยู่ที่ 1,180-1,200 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อออนซ์ หรือ 17,000-18,000 บาทแหลมทอง ต่อหนึ่งบาทสุวรรณบนสมมุติฐานค่าเงินบาทที่ 31-32 บาทต่อดอลลาร์สหรัฐ เป็นราคาที่จวนเจียนเคียงกับราคาทองคำในระยะเวลาต้นปี 2557
อย่างไรก็ตาม ราคาทองคำจะไม่ลดลงต่ำกว่า 1,000 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อออนซ์ โดยเนื่องจากราคาต้นทุนหน้าเหมืองทองคำขนาดใหญ่ 8 แห่งของโลกตรงนั้น อยู่ที่ประมาณ 900 ถึง 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อออนซ์
และอีกทั้งธนาคารกลางบางประเทศยังรอจังหวะเข้าเช่าพระทองสะสม และสถานการณ์การเมืองโลกยังมีความไม่ถูกต้องนอนอยุ่สูง เป็นปัจจัยบวกที่จะหนุนให้ราคาทองไม่ต่ำไปกว่าที่คาดไว้ และหากราคาทองคำลงไปต่ำกว่า 1,200 ดอลลาร์ต่อออนซ์แนะนำให้นักลงทุนทยอยซื้อสุวรรณสะสมเพื่อถือในระยะยาวดีกว่า
ราคาทองคำในปัจจุบันถือว่าต่ำมากเมื่อเทียบกับต้นทุน เพราะสนนราคาลงไปรับข่าวมากกว่าโดยความเป็นจริงถือเป็นโอกาสให้นักลงทุนได้เข้าซื้อทองเพื่อสะสมในระยะยาว และต่อจากนี้ถือเป็นระยะเวลาขาลงของทองคำ

     เนื่องจากผลจากนโยบายการเงินตราของประเทศที่มีเศรษฐกิจขนาดใหญ่ ยังคงออกมาอย่างต่อเนื่องทั้งแบงค์กลางยุโรปและธนาคารกลางญี่ปุ่นนั้นมีผลให้ทองคำปรับลดลง เพราะทำมอบให้ค่าเงินดอลลาร์สหรัฐแข็งค่าขึ้นนั้นเอง
และตรงกันข้ามกับการใช้นโยบายการเงินของสหรัฐที่จะรังรักษ์ผลบวกต่อราคาทองคำ ส่วนจะลงแรงหรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับมาตรการว่าการเงินของสหรัฐฯว่าจะใช้กลไกการเงินอะไรนอกเหนือจากการปรับขึ้นดอกเบี้ยไม่ก็ไม่
แต่ราคาจะไม่ต่ำกว่าราคาต้นทุนหน้าเหมืองแน่นอน เพราะลำรางจะหยุดผลิตและอีกทั้งมีธนาคารกลางของประเทศสังคมนิยมเฝ้ารอซื้อทองคำสะสมในช่วงที่ราคาอ่อนตัวอีกด้วย
กับสำหรับแนวโน้มราคาทองคำในรัชนีกันยายนนี้กลุ่มตัวอย่างผู้ค้าทองคำวันนี้และนายหน้าทองคำคาดการว่า จะเคลื่อนไหวใกล้เคียงกับในเดือนสิงหาคมโดยมีประเด็นการแข็งค่าของเงินดอลลาร์สหรัฐ การปรับหลักของเฟด บาทผันผวนที่มีผลต่อราคาทองในประเทศด้วย
โดยราคาในตลาดโลกอยู่ระหว่าง1,300 ถึง 1,200 ดอลลาร์สหรัฐ ต่อออนซ์ ซึงราคาในดินแดนอยู่ที่19,600ถึง18,500 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ ในขณะที่ที่ราคาทองคำเดือนสิงหาคมนี้ ราคาขายออกเฉลี่ย 19,647 บาทต่อหนึ่งบาททองคำ ลดยอมจากราคาเฉลี่ยในเดือนกรกฎาคมประมาณ 325.36 บาท เชื่อมหนึ่งบาททองคำ






. . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . . .

วันพุธที่ 10 กันยายน พ.ศ. 2557

มูลค่าอุไร เป็นอาจิณทิวา พฤหัสบดี แห่ง 11 เดือนกันยายน 2557 มูลค่าอุไรคงจะบริเวณ







    สหพันธ์ค้าทองคำหมายประกาศราคา ซื้อ - ขายทองคำ ประจำวัน  พฤหัส ที่ 11 กันยายน 2557
 ครั้งที่ 1 เมื่อเวลา 09.27 น. เปิดท้องตลาดวันนี้ ราคาทองคำวันนี้คงที่ จากการกั้นตลาดไปเมื่อวานนี้ โดย ราคาทองสัณฐานวันนี้รับซื้อบาทละ 18,768.08 บาท และขายออกบาทละ 19,550.00 บาท ราคาทองคำตนวันนี้ รับซื้อบาทละ 19,050.00 บาท และขายออกบาทละ 19,150.00 บาท  สนนราคาทองคำย้องหลัง ได้ที่นี้





ลงทุนสบายใจในวัยเกษียณ


ความเจริญก้าวหน้าทางการแพทย์ในปัจจุบันนั้น ทำให้คนไทยมีชันษายืนขึ้น ดังนี้


                                                                                       
                                


          ตายจบใช้เงินไม่หมด ยังทุกข์ใจน้อยกว่าเงินหมดก่อนตาย  เป็นคำพูดที่เราอ่านพบเห็นทางหน้าใน Facebook คิดว่ามันถูกต้องมากๆเลย เพราะการมีคราวยืนขึ้นนั้นจะส่งผลต่อเงินออมที่เราต้องเก็บมากขึ้น แล้วต้องลุ้นว่าเงินที่เก็บไว้นั้นจะพอเพียงใช้ในวันที่ถึงวาระสุดท้ายของชีวิตหรือไม่ ซึ่งวัยเกษียณนั้นเราจะมีเรี่ยวแรงในการทำงานน้อยลง และไม่สามารถทำงานรื่นเริงหนักเพื่อสร้างรายได้เหมือนกาลสมัยวัยรุ่น เราลองนึกภาพถึงช่วงสุดท้ายของชีวิตินทรีย์นั้นหากเราเจ็บป่วย ต้องหาเงินมารักษาตัว ด้วยความยากลำบากของชีวิตจะเพิ่มขึ้นเป็นทวีคูณขึ้น และถ้าเราไม่เริ่มอดออมเงินตั้งแต่ติดตานี้


อึกทึกครึกโครมนั้น ในการออมเงินให้เหมือนพอไว้ใช้ช่วงเกษียณเป็นสิ่งที่สำคัญเท่ากับวิธีการออมเงิน ถ้าเราเก็บไว้ในรูปแบบสงวนทรัพย์เท่าอย่างเดียวนั้นและอาจจะไม่เพียงพอ เพราะดอกเบี้ยจากธนาคารนั้นจิ๊ดเหลือหลอเกิน ฝากออมทรัพย์ได้รับดอกเพียง 0.75% แต่ในขณะเดี่ยวกันเราซื้อของแพงเพิ่มขึ้น 3% สมมติฐานเงินเฟ้อคงที่ 3%   ทำสละอำนาจในการใช้จ่ายของเราลดลงก็เพราะว่าผลตอบแทนจากการฝากเงินของเราโตไม่ทันมูลค่าของที่มีราคาขึ้นนั้นเอง





     วิธีการรักษาภามการซื้อของเราให้เหมือนเดิมนั้นควรนำเงินออมบางส่วนไปต่อยอดด้วยการลงทุนและเพื่อรักษามูลค่าของเงินให้เติบโตอย่างต่อเนื่องและสร้างผลตอบแทนย้อนขนมาให้เราได้อย่างสม่ำสมดุล เมื่ออ่านถึงตรงเผงนี้บางท่านอาจจะคิดว่าถ้าต้องการให้เงินเติบโตเร็วๆก็ควรรีบนำเงินทองมาลงทุนในสินทรัพย์ทางการเงินที่จะให้ผลพิสัชแทนสูงๆ ให้เงินงอกเงยเร็วๆน่าจะสร้างให้ชีวิตที่สุขสบายในวัยเกษียณ


          อย่าลืมว่าการลงทุนที่ให้ผลตอบแทนสูงความเสี่ยงก็ย่อมสูงเดินด้วย ซึ่งความเผชิญดูนั้นเป็นความผันผวนจากผลตอบแทนจากการลงทุนนั้น โดยความเสี่ยงมี 2 รูปแบบแผนผัง คือ 
1. ความเสี่ยงที่ได้รับผลวิสัชนาแทนมากกว่าที่เราคิดไว้
2. ความเสี่ยงที่ได้รับผลตอบรับสนองน้อยกว่าที่เราคิดไว้

     ถ้าลงทุนแล้วได้ยอมรับผลตอบแทนมากกว่าที่เราคิดไว้ก็นับว่าเป็นการลงทุนที่คุ้มค่ากับความเสี่ยง ทำให้เราจะรู้สึกมีความสุขและมีความมั่งคั่งขึ้น แต่ในขณะเดียวกันถ้าการลงทุนนั้นล้มเหลวไม่เป็นท่า ทำให้เงินออมที่เก็บมานานนั้นลดลง ความรวยที่วาดฝันไว้ก็จะพังทลายลงด้วย ยิ่งความผันแปรมากเท่าไหร ความคาดหวังยิ่งมากและข้อคดีเครียดจากการลงทุนยิ่งมากขึ้น ถ้าใครนำเงินไปลงทุนแล้วนอนไม่หลับเพราะกังวลกับสิ่งที่ลงทุนไป จะยิ่งส่งผลต่อการตัดสินใจในการลงทุนที่อาจจะผิดพลาดได้ ทำให้ไม่บรรลุเป้าหมายที่ตั้งใจไว้รวมทั้งประกอบด้วยและสุขภาพจิตใจที่ย่ำแย่อีกด้วย


ดังนั้น การมัธยัสถ์เงินในระยะยาวเพื่อใช้ช่วงปลดเกษียณนั้น โดยหลักการควรเก็บในสินทรัพย์ทางการเงินที่ปลอดภัยนั้น เบี้ยต้นไม่หายและมีความเสี่ยงต่ำ ผันผวนน้อย  แต่ทั้งนี้ก็ขึ้นอยู่กับดักการยอมรับความเสี่ยงของนักลงทุนแต่อดท่านซึ่งมีมากน้อยแตกต่างกันไป ดังนั้น ควรจะทำแบบทดสอบความเสี่ยงก่อนการพิพากษาใจเลือกกองทุน

ตัวอย่าง อัตราผลตอบแทนย้อนหลังของกองทุนที่มีความเสี่ยงต่ำไปหาสูง

ข้อมูล: ม.ค.-มิ.ย. 2557
ผู้เขียน : อภินิหารเงินออม
สนับสนุนข้อมูลโดย : ตลาดหลักการทรัพย์แห่งประเทศไทย 
แกะรอย ราคาหุ่นราคาทองย้อนหลังได้ที่  http://moneygold11.blogspot.com



ยอมเงินสะสมสไตล์มีอารมณ์ขัน งบการอัฐอ่านกล้วยๆ !!!


งบประมาณงานเงินก้อนอ่านง่าย !!




1. กำไร : บริษัทที่โดนยกขึ้นขึ้นมานั้นจะอยู่ได้หรือไม่ได้มันก็ขึ้นอยู่กับความสามารถในการทำกำไรของตัวธุรกิจ ยิ่งกำไรเยอะนั้น ก็ตีความได้ว่าหลายๆอย่างคือ ผู้บริหารเก่งหรือผลิตภัณฑ์เป็นที่ต้องการมากในตลาด หรือมีการตลาดที่จัดทำ Brand Loyalty ได้ดีกว่าคู่ประกวดประขันอื่น ยิ่งกำไรมากเสมอไหร ในระยะยาวมันจะกระดอนกลับมาทำให้ราคาหุ้นของเราโตขึ้นไปด้วย  อีกอย่างยิ่งประโยชน์เหลือเกินเสมอไหร ยามที่ผู้จับหุ้นจะได้ปันผลสูงขึ้นก็มีมากขึ้นนัยเนตรไปด้วย ดังนั้นในการที่จะไหว้วานสินทรัพย์ประหยัดของเราไว้กับหุ้นของบริษัทไหนแล้วละก้ อย่างน้อยก็ควรจะคัดบริษัทที่มีการเติบโตของกำไรอย่างต่อเนื่องด้วย
ซึ่งด้วยว่ามือใหม่เอี่ยมนั้น แล้วเราจะไปดูกำไรที่ไหนกันหล่ะ? เข้าไปที่ www.set.or.th แล้วก็พิมพ์ชื่อหุ้นที่ต้องการดูลงในช่อง Get Quote มุมบนขวา  พอมาถึงอีกเค้าหน้าก็คลิก งบการเงิน/ผลทำการ



       แล้วไปทีนี้ก็ดูได้ละว่าบริษัทนี้ กำไรเพิ่มขึ้น หรือลดลงกันแน่ เสร็จแล้วอย่าจบแค่นี้ และไม่ใช่กำไรเพิ่มก็ดี กำไรลดก็แย่ เราควรจะเจาะลงไปต่อว่า กำไรเพิ่มนั้นเพราะอะไร ถ้ากำไรลดนั้นเป็นเพราะอะไร มีประวัติการณ์อะไรที่ไม่คาดฝัน แล้วเหตุการณ์ที่ว่านัั้นมันมีโอกาสเกิดขึ้นอีกมั้ย และมีโอกาสเกิดขึ้นมากแค่ไหนกัน ป้องกันได้รึไม่ ฯลฯ
2. P/E Ratio : และอันนี้เผื่อไม่ใช่มือใหม่แกะกล่องจริงๆละก็ ทุกบุคคลต้องรู้จักตัวนี้ มันก็คือราคาหุ้นหารด้วยกำไรต่อหุ้นนั่นเอง อันนี้หนา้นี้จะดูว่ามันสูงไปรึยัง ยิ่งสูงยิ่งแปลว่ากำไรมันน้อยเมื่อเปรียบเทียบกับราคาแล้ว ซึ่งก็แปลว่าราคาหุ้นนั้นสูงกว่าความเป็นจริง คิดว่าส่วนมาก P/E น้อยกว่า 10 -15 นั้นกำลังดีแล้ว แต่ก็นั่นแหละมันแล้วแต่อุตสาหกรรมเลย นักลงทุนบางคนนั้นก็จะมองว่าบางทีกำไรมันอาจจะโตขึ้นเรื่อยๆ ดังนั้นเค้าก็จะยอมจ่ายเพื่อซื้อหุ้นที่ราคาแพง เมื่อเทียบกับกำไรปัจจุบันP/E สูง คือหุ้นส่วนที่กำลังโตอย่างรวดเร็ว แบบว่ายอดขายโตขึ้น แล้วกำไรโตขึ้นทั้งปวงปี อย่างนี้ P/E สูงยังพอรับได้ แต่ถ้าบริษัทที่ไม่ได้ขยายเร็วขนาดนี้ แล้วก็ไม่ได้กำไรพุ่งทุกตรัยมาสแล้ว จะไม่ซื้อเด็ดขาดถ้า P/E สูงเกินไป
           ในปีที่แล้วนี่ดูจะเป็นช่วง Stock Mania  คือดูจะราคาปราด นักลงทุนไล่ซื้อกันเว่อไปหน่อย เคยเห็นบางตัวแล้วช็อคเลย คือ P/E เกือบพัน ยังมีคนไล่ซื้อดันทุลังซื้อกันขึ้นไป ตอนนี้ 18 กุมภาพันธ์ 2556 P/E ประมาณ 1,500 เท่าน่าจะได้แล้ว
                                                                              ข้อมูลจาก  www.settrade.com 

  คือ บางคนอาจจะบอกว่า ก็ทุกคนคาดว่าบริษัทนี้จะได้กำไรเพิ่มขึ้นมาก ในไตรมาสนี้หรือปีนี้ ดังนั้น E ก็จะเพิ่มสูงขึ้น แล้ว P/E ก็จะลดลง แต่ เอาจริงๆแล้วละก็ถ้าจะคิดเลขกัน เพื่อนๆลองทำคิดกันเอง ว่าบริษัทนี้ต้องการกำไรเพิ่มขึ้นกี่ % P/E มันถึงจะแต่มาอยู่ต่ำกว่าที่ 50

ผู้เขียน นานิ นิธินวกร ผู้เขียนหนังสือ สร้างเงินล้านก่อนเรียนจบ
สนับสนุนข้อมูลโดย  ตลาดหลักทรัพย์สมบัติแห่งประเทศไทย 




ค้นหาข่าวสาร ราคาทองคำราคาหุ้นได้ที่นี้ : http://moneygold11.blogspot.com

ราคาราคาทองคําลิ่มวันนี้                                                                                                   , ราคาทองรูปสัณฐานวันนี้





วันอังคารที่ 9 กันยายน พ.ศ. 2557

ผู้อำนวยงานหมดไปการศึกษาค้นคว้ากาญจนา งัดแย้มดัชนีคดีศรัทธามั่นมูลค่าทอง






               เพราะ นายกมลธัญ พรไพศาลวิจิต ผู้ให้การแกนกลางวิจัยทองคำ เปิดเผยเผยดัชนีความเชื่อมั่นราคาทองคำในบุหลันกรกฎาคม 2557 ว่า นิ้วชี้ความเชื่อมั่นในราคาทองคำปรับตัวอยู่ที่ระดับ 56.14 จุด หรือเพิ่มขึ้น 23.31% จากเดือนเพรงนี้ที่ดัชนีอยู่ที่ 45.53 จุด โดยค่าดัชนีปรับตัวขึ้นสูงกว่าระดับ 50 จุดอีกครั้งสะท้อนมุมมองในเชิงบวกต่อราคาทองคำในประเทศระหว่างเดือน โดยให้ความเห็นต่อราคาทองคำแท่งวันนี้ได้รับขมังหนุนจากความวิตกต่อภาวะการสู้รบในประเทศอิรัก ที่อาจจะส่งผลต่อราคาน้ำมัน ประคองความต้องการสินทรัพย์ป้องกันในความตายดาบหน้าเงินเฟ้อและความผันผวน ด้านการกระจายนโยบายของธนาคารกลางปรเทศสหรัฐฯ และค่าเงินบาทยังเป็นปัจจัยที่ให้น้ำหนัก ขณะที่กลุ่มตัวอย่างกว่า 37% เชื่อว่าจะรอบรู้ซื้อทองคำในช่วงหนึ่งเดือนข้างหน้า

ปัจจัยที่ต้องติดตามต่อจากนี้ หมายถึง ความล่อแหลมด้านราคาน้ำมันที่จะได้รับผลกระทบจากสาระสำคัญสถานการณ์ในประเทศอิรัก ประเทศยูเครนและอิสราเอลที่มีการสู้รบ และซึ่งจะมีดอกผลต่อการถือครองสินทรัพย์ปลอดภัย

          โดยช่วงเวลาที่ปัจจัยลบจะเป็นคดีของค่าเงินบาท และคาดว่าค่าสมบัติบาทจะปรับตัวแข็งค่าได้ต่อ เนื่องจากแนวโน้มการฟื้นตัวของเศรษฐกิจในช่วงครึ่งปีหลังจะดีกว่าครึ่งปีแรก โดยจากการลงทุนต้นแบบสร้างพื้นฐานของภาครัฐที่จะช่วยสนับสนุนการลงทุนเดิมในภาคเอกชน และเริ่มเห็นสัญญาณของนักลงทุนต่างชาคิที่มีเงินไหลกลับเข้ามาซื้อสุทธิในตลาดหุ้นประเทศแหลมทองมากขึ้น รวมถึงการปรับเปลี่ยนนโยบายของธนาคารปานกลางสหรัฐที่จะทยอยปรับลดขนาด QE หรือการส่งสัญญาณการปรับขึ้นดอกเบี้ยภายในอนาคตเพื่อชะลอความเสี่ยงด้านเงินเฟ้อนั้น โดยมองว่าการปรับขึ้นดอกเบี้ยข้าวของสหรัฐฯอาจจะส่งผลให้ดอลลาร์แข็งค่าขึ้น แต่จะไม่มีผลกระทบรุนแรงประดุจดังการลด QE

ทั้งนี้ เดาสุ่มการว่าราคาทองคำระหว่างบุหลันจะไม่ปรับตัวลงต่ำกว่าระดับ 1,100 ดอลลาร์สหรัฐต่อออนซ์ แต่หากมีการปรับขึ้นอัตราค่าตอบแทนเบี้ยของเฟด เนื่องจากยังคงมีเหตุต้นทุนหน้าเหมืองเข้ามาผลักดันอยู่

            ศูนย์การศึกษาค้นคว้าทองคำ มองกรอบดัชนีกรณีน่าเชื่อมั่นทองคำในเดือน กรกฎาคม 57 เคลื่อนไหวอยู่ในกรอบ 1,280 ต่อ 1,400 ดอลลาร์สหรัฐต่ออนซ์ ส่วนราคาทองคำแท่งในประเทศนี้จะอยู่ระหว่าง 19,000-21,000 บาทต่อ 1 บาททองคำ โดยมีสิ่งของความเสี่ยงทั้งต่างประเทศและค่าเงินบาท จึงทำให้ลักษณะของกรอบประจำเดือนนี้อยู่ในกรอบที่ค่อนข้างกว้างพอพอประมาณ และคาดว่ามุมมองราคาทองคำจะอยู่ในเชิงบวก และน่าจะขึ้นไปทดสอบในระดับ 21,000 บาทต่อ 1 บาททองคำได้

            ส่วน ดร.มอง บุญขวัญ ประธานคณะทำงานศูนย์วิจัยทองคำ ได้เปิดเผยบทสรุปความคิดเห็นผู้ค้าทองคำ(Gold Trader Consensus) จากผู้สร้างกิจการค้าทองคำรายพุฒ ผู้ค้าส่งทองคำ และผู้ประกอบกิจการหรือนายหน้าซื้อขายสัญญาซื้อขายล่วงหน้าที่อ้างอิงกับราคาทองรูปพรรณวันนี้ จำนวน 11 ตัวอย่าง พบว่าผู้ค้าให้ความเห็นแตกต่างกันในมุมจ้องที่มีต่อราคาทองคำระหว่างเดือน กรกฎาคม ซึ่งมีผู้ค้า 5 รายมองว่าทองคำเพิ่มขึ้น และ 4 รายชำเลืองราคาทองหดตัวระหว่างเดือน และอีก  2 รายมองกระชั้นเคียงในเดือนมิถุนายน